เตือนแม่เสพยาขณะตั้งครรภ์ระวังลูกผิดปกติ


นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การใช้ยาและสารเสพติด ส่งผลกระทบทั้งต่อตัวผู้เสพและบุคคลรอบข้าง เป็นสาเหตุของปัญหาต่างๆ ในสังคม ไม่ว่าจะเป็นการลักขโมยของ เมายา ทำร้ายร่างกายตนเองหรือผู้อื่น รวมไปถึงการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน เกิดปัญหาตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม และไม่ไปฝากท้องเพราะกลัวความผิดจากเสพยา ทำให้ทารกในครรภ์ไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง ทั้งนี้แม่ที่เสพยาในกลุ่มแอฟตามีนหรือยาบ้าในขณะตั้งครรภ์จะเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์อย่างมาก เสี่ยงต่อการแท้ง ทารกเสียชีวิตในครรภ์หรือขณะคลอด เกิดภาวะคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์ มีความผิดปกติของหัวใจ ภาวะเลือดออกในสมอง เซลประสาทถูกทำลาย สมองตาย ศีรษะเล็ก ทารกที่คลอดจากแม่ที่ติดยาบ้าจะมีอาการติดยาบ้าเช่นเดียวกับแม่ มีปัญหาภาวะกดการหายใจ ร้องไห้ไม่หยุด กระวนกระวาย ไม่ดื่มนมตามปกติ เลี้ยงดูยาก เมื่อโตขึ้นจะมีความผิดปกติของของสมาธิและความจำ มีความผิดปกติทางด้านพฤติกรรมต่างๆตามมา นอกจากนี้สารเสพติดในกลุ่มฝิ่น เฮโรอีนจะทำให้เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษเลือดออกในครรภ์ และสารเสพติดประเภทสารสารระเหยจะเข้าสู่ทารกในครรภ์ผ่านทางรกและเลือด ทำให้ทารกติดเชื้อได้ง่าย ขาดออกซิเจน เซลล์สมองพัฒนาการต่ำหรือไม่พัฒนาเลย ซึ่งในปัจจุบันพบแม่ที่ไม่ฝากครรภ์และติดสารเสพติดเป็นจำนวนมากในบางรายเมื่อคลอดแล้วต้องการทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลหรือขายต่อทารกให้กับผู้อื่นไม่ต้องการนำกลับบ้านไปรับภาระเลี้ยงดู สร้างปัญหาให้แก่โรงพยาบาลในการต้องรับภาระรักษาทารกผิกปกติเป็นจำนวนมาก

นายแพทย์สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากทารกที่ได้รับผลกระทบจากแม่ที่เสพยาแล้ว แม่ที่เสพยาในขณะตั้งครรภ์ก็จะเกิดอันตรายหลายอย่างด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นภูมิต้านทานโรคลดลง เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่างๆ ขณะตั้งครรภ์มากกว่าคนทั่วไป หลังคลอดยังพบภาวะตกเลือดอย่างรุนแรงและอาจเสียชีวิตได้ ฝากย้ำเตือนกลุ่มผู้เสพ หากพบว่าตั้งครรภ์ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของทารกในครรภ์และความปลอดภัยของตนเอง การดูแลสุขภาพในระยะตั้งครรภ์เป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ควรไปพบแพทย์เพื่อฝากครรภ์ ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ควรหยุดเสพยาและสารเสพติดในขณะตั้งครรภ์ โดยสามารถขอรับคำปรึกษาหรือเข้ารับการบำบัดรักษาได้ที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุดรธานี สงขลา ปัตตานี และโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนยาเสพติด 1165 และ www.pmindat.go.th