เด็กรหัส G กับสิทธิทางสุขภาพ

เรื่องโดย ฐิติพร โยทาพันธ์ Team Content www.thaihealth.or.th
ข้อมูลบางส่วนจาก คู่มือกิจกรรมนับเราด้วยคนครั้งที่ 4 เรียนรู้ด้วยใจ ก้าวไปพร้อมกัน
ให้สัมภาษณ์โดย นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ (สำนัก 9 )
นายวิวัฒน์ ตามี่ ผู้ประสานงานศูนย์ปฏิบัติการร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชนบนพื้นที่สูง (ศปส.) ผู้จัดการโครงการพัฒนาระบบและบริการสุขภาพ สำหรับผู้มีปัญหาสถานะบุคคลและสิทธิ สสส.
และนางสาวลัดดาวัลย์ หลักแก้ว มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท
ภาพโดย นัฐพร ชุ่มลือ Team Content www.thaihealth.or.th และแฟ้มภาพ

เด็กรหัส G กับสิทธิทางสุขภาพ
สิทธิการรักษาพยาบาลตามระบบประกันสุขภาพของไทยเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ทุกคนบนผืนแผ่นดินไทยควรได้รับ โดยในประเทศไทยมีระบบประกันสุขภาพที่หลากหลายรูปแบบ ซึ่งผู้มีสถานะทางทะเบียนเท่านั้นที่จะสามารถเข้าถึงระบบประกันสุขภาพเหล่านี้ได้

ผู้มีปัญหาสถานะบุคคล เป็นกลุ่มบุคคลที่ไม่สามารถเข้าถึงและใช้สิทธิขั้นพื้นฐานบริการของรัฐ รวมถึงสิทธิด้านอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะว่าไม่มีสถานะบุคคลภายใต้กฏหมายสัญชาติ ณ ปัจจุบันยังมีกลุ่มคนที่ยังไม่ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุขและไม่มีหลักประกันสุขภาพ จำนวน 133,893 คน และหากนับรวมกับเด็กนักเรียน นักศึกษารหัส G (เด็กนักเรียนที่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยอักษร G) มีจำนวนประมาณ 203,776 คน กลุ่มเหล่านี้ คือกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในการรับบริการด้านสุขภาพที่มนุษย์ทั่วไปพึงมีตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล

ถึงแม้ว่าประเทศไทยจัดให้มีหลักประกันสุขภาพสำหรับประชากรไร้สัญชาติที่อยู่ในประเทศไทยถึงสองระบบ คือ ระบบประกันสุขภาพแรงงานไร้สัญชาติและคนไร้สัญชาติ กับระบบประกันสังคมซึ่งครอบคลุมแรงงานไร้สัญชาติในกลุ่มที่มีสถานะเข้าเมืองถูกกฎหมายที่อยู่ในกิจการจ้างงานทั่วไป อย่างไรก็ตามพบว่ายังมีเงื่อนไขและข้อจำกัดในการเข้าถึงหลักประกันสุขภาพในด้านต่างๆ ได้แก่ ประชาชนไร้สัญชาติส่วนใหญ่ไม่รู้ข้อมูลในการดำเนินการในหลักประกันสุขภาพมากนัก ปัญหาในเรื่องการสื่อสารด้านภาษาระหว่างคนไร้สัญชาติกับบุคคลากรด้านสาธารสุข และเรื่องการบริการที่ไม่เป็นมิตร

สิทธิด้านสาธารณสุขสำคัญอย่างไรกับกลุ่มคนเหล่านี้
1. เพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะโรคติดต่อที่แพร่ระบาดได้ง่าย
2. เพื่อแก้ไขปัญหาภาระหนี้สินของโรงพยาบาลที่เกิดจากการรักษาพยาบาลกลุ่มคนที่ไม่มีสถานะบุคคล และป้องกันการล้มละลายที่เกิดจากการใช้บริการด้านสุขภาพ
3. เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อต่าง ๆ ให้กับคนไทยทั่วไป
4. เพื่อให้กลุ่มคนที่ไม่มีสถานะบุคคลเข้าถึงสิทธิการบริการด้านสาธารณสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่าน โรงพยาบาลตามแนวชายแดนทั่วประเทศรับภาระหนี้สินร้อยกว่าล้านบาท สิ่งที่จะตามมาก็คือการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ โรคกลุ่มเสี่ยงที่พบมากที่สุดคือโรคคอตีบ และวัณโรค หากเด็กเหล่านี้ยังไม่ได้รับสิทธิด้านสาธารสุขขั้นพื้นฐาน หรือ วัคซีน ก็อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดไปสู่คนทั่วไปได้ เด็กที่เกิดในประเทศไทย หรือคนทุกคนที่เกิดบนผืนแผ่นดินไทยควรจะได้รับสัญชาติและได้รับสิทธิที่เท่าเทียมกัน และนี่ถือเป็นความเหลื่อมล้ำมาก และเป็นช่องว่างค่อนข้างจะเยอะ ไม่ใช่แค่เรื่องการักษาพยาบาลอย่างเดียว ยังมีสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างอื่นที่พวกเขาเหล่านี้ควรจะได้รับ

นายวิวัฒน์ ตามี่ ผู้ประสานงานศูนย์ปฏิบัติการร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชนบนพื้นที่สูง (ศปส.) ผู้จัดการโครงการพัฒนาระบบและบริการสุขภาพ สำหรับผู้มีปัญหาสถานะบุคคลและสิทธิ สสส. เล่าว่า เด็กนักเรียนที่มีรหัส G ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. และกลุ่มคนที่ไม่มีสถานะบุคคลเหล่านี้ยังไม่ได้รับสิทธิการรักษาตามสิทธิทางทะเบียน มีปัญหาและผลกระทบค่อนข้างเยอะ เวลาที่ไปโรงพยาบาลเขาต้องจ่ายเงินเอง แล้วส่วนใหญ่ไม่มีสัญชาติ ไม่มีที่ดินทำกิน เป็นเด็กยากจน

“พอไปโรงพยาบาล เขาจะไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล โรงพยาบาลก็ทำการขึ้นทะเบียนเป็นลูกหนี้เอาไว้ และโรงพยาบาลก็ต้องรับภาระหนี้สินส่วนนี้ต่อไป” นายวิวัฒน์ กล่าว

นางสาวลัดดาวัลย์ หลักแก้ว มูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท กล่าวถึงระบบสุขภาวะเด็กไร้สัญชาติว่า ได้เชื่อมการทำงานร่วมกับกองทุนส่งเสริมสุขภาพตำบล ทำยังไงที่จะให้กลุ่มเด็กที่ไม่มีสถานะบุคคลได้รับสิทธิที่เท่าเทียมกับคนไทยที่มีสถานะทางทะเบียน จึงเข้าไปแนะนำว่าโรงเรียนต้องมีกระบวนการอย่างไรบ้างเพื่อที่จะเสนอของบประมาณจากกองทุนส่งเสริมสุขภาพตำบลมาดูแลเด็กในโรงเรียนรวมไปถึงเด็กไร้สัญชาติเหล่านี้ด้วย และพัฒนาให้เขาเขียนโครงการ เพื่อที่ส่งเสริมให้โรงเรียนมีองค์ความรู้พื้นฐานในการดูแลสุขภาพของเด็กไร้สัญชาติ ซึ่งการประสานของ สสส. กับกองทุนส่งเสริมสุขภาพตำบล สามารถทำให้เข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ครอบคลุมมากขึ้น

บทบาทสำคัญของ สสส. ในส่วนของประชากรกลุ่มเฉพาะเรื่องแรกคือ การพิสูจน์สัญชาติ เราต้องทำเพื่อให้เกิดการเข้าถึงสิทธิ การเข้าไม่ถึงสิทธินั้นมันสะท้อนความเหลื่อมล้ำเต็มไปหมดในวิถีชีวิตของคนที่ไม่มีสถานะบุคคล สสส. ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ก่อน เพราะเป็นรากฐานสำคัญที่จะนำไปสู่เรื่องอื่น ๆ โดยนางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ (สำนัก 9 ) กล่าวว่า สิ่งที่ สสส. เข้าไปหนุนเสริมเป็นเรื่องของการเอื้อให้กระบวนการพิสูจน์สัญชาติมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น เอื้อให้เกิดการเก็บข้อมูลที่แม่นยำขึ้น เราสนับสนุนหลายองค์กรในการทำข้อมูลของกลุ่มคนไร้สัญชาติเพื่อให้เกิดเป็นองค์ความรู้ และสนับสนุนในด้านต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับการทำงานของกระทรวงมหาดไทย เพื่อที่จะให้คนเหล่านี้สามารถพิสูจน์สัญชาติและสิทธิทางทะเบียนของตนเองได้ และนี่คืองานเริ่มต้นของ สสส.

นางภรณี กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีมูลนิธิและภาคีเครือข่ายที่ผลักดันในเรื่องนี้ซึ่งจะได้รับทุนจาก สสส. ในการดำเนินการเพื่อส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องให้กับหน่วยงานของรัฐให้เกิดความรวดเร็ว เพื่อให้กลุ่มคนที่รอคอยการพิสูจน์สัญชาตินี้ได้รับการสิทธิทางการรักษาและด้านอื่น ๆ มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเด็ก เราอยากให้เขาได้รับวัคซีนที่ครบถ้วน อยากให้เด็กกลุ่มนี้มีภูมิคุ้มกันและไม่เป็นพาหะของโรคต่าง ๆ สสส. ยังทำในเรื่องของการให้บริการสุขภาพที่เป็นมิตร บริการต่าง ๆ ที่อาจจะมีอุปสรรค์ในด้านภาษาที่ทำให้ไม่สามารถจะเข้าใจได้ว่าระบบการรักษาในประเทศไทยต้องทำอย่างไรบ้าง

“เวลาเข้าไปในโรงพยาบาลป้ายก็จะเป็นภาษาไทยแล้วเขาก็จะอ่านไม่ออก สสส. มีตัวช่วยก็คือ ล่ามชุมชน สนับสนุนให้แกนนำชุมชนมีความเข้มแข็งมีองค์ความรู้ในด้านนี้เพื่ออำนวยความสะดวกในเรื่องของการสื่อสารระหว่างผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์กับบุคลากรด้านสาธารณสุขที่ทำการรักษาให้เกิดความเข้าใจและถูกต้อง เราพยายามผลักดันให้บุคลากรทางสาธารณสุขมีความคิดเชิงบวกต่อกลุ่มคนที่ไม่มีสถานะบุคคล ทัศนคติจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่อยากให้คิดในเชิงลบต่อกลุ่มคนเหล่านี้เพียงเพราะเขาพูดภาษาไทยไม่ได้ ไม่มีเงินรักษา ไม่อยากให้เป็นภาพแบบนั้น” นางภรณี กล่าว

นับว่า สสส. ดำเนินการและสนับสนุนใน 4 เรื่องได้แก่ การพิสูจน์สิทธิทางทะเบียน บริการด้านสาธารณสุขที่เป็นมิตร การศึกษาที่ควรจะครอบคลุม และส่งเสริมความเข้มแข็ง เห็นคุณค่าของตัวเอง ยืนได้ด้วยตัวเอง และเชื่อมั่นในคุณค่าของทุกคน เพื่อให้ทุกคนบนผืนแผ่นดินไทยมีสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดี