การรับมือสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นช่วงโควิด-19


พญ.ดุษฎี จึงศิรกุลวิทย์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต และผู้ช่วยผู้จัดการแผนงานพัฒนานวัตกรรมเชิงระบบเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพจิต สสส. กล่าวว่า ในช่วงที่รัฐกำลังขอความร่วมมือประชาชนอยู่ในที่พักอาศัย เลี่ยงการออกไปในที่ชุมชน นอกจากผู้ใหญ่ต้องปรับตัวกับสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว ยังมีเด็กและเยาวชนอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถออกไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ อาจทำให้เกิดความเบื่อหรือเครียดขึ้นได้ พ่อแม่ผู้ปกครองควรรับมือปัญหานี้ด้วยการคุยกับลูกตรงๆ เล่าให้ลูกฟังว่ากำลังเผชิญปัญหาอะไร แนวทางการดูแลตัวเองที่ถูกต้องคืออะไร จะทำอย่างไรจึงจะผ่านพ้นเหตุการณ์นี้ไปได้ ไม่ควรห้ามลูกรับข้อมูลข่าวสารจากภายนอก เด็กๆ สามารถติดตามข่าวได้เป็นปกติ เพียงแต่พ่อแม่ผู้ปกครองควรให้คำอธิบายอย่างใกล้ชิด และเปิดโอกาสให้ลูกพูดคุยแสดงความคิดเห็นบ่อยๆ

“ในสถานการณ์วิกฤติ ผู้ใหญ่หลายคนอาจแสดงออกด้วยอารมณ์เครียด โกรธ เศร้า ผิดหวัง แต่อย่าลืมว่าควรหลีกเลี่ยงการแสดงออกอารมณ์เหล่านั้นให้เด็กๆ เห็น เพราะจะส่งผลให้เด็กเรียนรู้การแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม วิกฤติครั้งนี้ช่วยให้เรามองเห็นโอกาสหลายอย่าง มีโอกาสสร้างเสริมนิสัยการมีสุขอนามัยที่ดี โอกาสในการใช้ชีวิตให้ช้าลงเพื่อทบทวนว่าอะไรบ้างที่จำเป็นและสำคัญสำหรับเรา โอกาสที่ครอบครัวจะได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น ซึ่งแม้แต่เงินก็ซื้อเวลาคุณภาพเหล่านี้ไม่ได้” พญ.ดุษฎี กล่าว

นายชาติวุฒิ วังวล ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สิ่งที่ครอบครัวควรทำในช่วงนี้คือ การทำกิจวัตรประจำวันกับสมาชิกในครอบครัวให้คล้ายคลึงเดิมมากที่สุด คัดสรรกิจกรรมทางกายสนุกๆ ให้เด็กทำ เพราะวัยนี้ต้องการการออกแรง ควรหาเวลาให้เด็กออกไปวิ่งเล่นหรือขี่จักรยานข้างนอกตัวบ้านบ้าง เพราะมีงานวิจัยหลายชิ้นพิสูจน์ว่า กิจกรรมทางกายจะนำไปสู่การสร้างเสริมสุขภาพจิตที่ดี อย่างไรก็ดีเด็กๆ ต้องหลีกเลี่ยงเครื่องเล่นในสวนสาธารณะหรือที่ต้องแชร์กับคนอื่น และที่เป็นประโยชน์มากๆ คือ สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ได้รวบรวม “20 เกมเล่นในบ้าน ดูแลจิตใจ ต้านภัย Covid-19” และเผยแพร่ผ่านทางเฟซบุ๊ก “สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์” ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการสนับสนุนของ สสส. ให้เกิดกิจกรรมทางกายที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น อาทิ ทำอาหาร ปลูกต้นไม้ จัดบ้านใหม่ แต่งนิยาย กิจกรรมดนตรี กีฬา จิตอาสา DIY ฝึกถ่ายรูป ฝึกตัดต่อ ฝึกเต้น ฯลฯ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลาอยู่กับหน้าจอเพียงอย่างเดียว

“อีกหนึ่งประเด็นที่พ่อแม่หรือผู้ปกครองควรย้ำกับเด็กๆและเยาวชนก็คือเรื่อง COVID-19 Hero Prosocial Behavior หรือการเป็นฮีโร่ในช่วงโควิด-19 ด้วยการช่วยกักตัวอยู่ในบ้าน ทัศนคตินี้เองจะเป็นอีกหนึ่งแรงหนุนให้เด็กๆ รู้สึกภาคภูมิใจในการให้ความร่วมมือกับพ่อแม่ ตลอดจนได้เรียนรู้การทำหน้าที่พลเมือง สนับสนุนให้ประชาชนทุกคนมีสุขภาวะและประเทศก้าวผ่านวิกฤตต่างๆ ไปได้ด้วยตัวของเขาเอง นอกจากนี้ สสส. ยังร่วมกับสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพจิตที่ทันสมัยและน่าสนใจ เสนอทางเลือกกิจกรรมทำอยู่บ้านเพื่อการมีสุขภาพจิตที่แจ่มใสสำหรับประชากรทุกช่วงวัย ผ่านช่องทางออนไลน์และทีวีสาธารณะ ซึ่งเราจะทำการประชาสัมพันธ์อีกครั้งในเร็วๆ นี้” นายชาติวุฒิ กล่าว